คดียาเสพติดจำนวนมากในเกาหลีไม่ได้เริ่มจากการจับกุมบนท้องถนน แต่เริ่มจากพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่ถูกตรวจพบที่ด่านศุลกากร เกาหลีมีระบบตรวจสอบพัสดุนำเข้าที่เข้มงวด และเมื่อพบสารต้องสงสัย เจ้าหน้าที่มักจะติดตามไปยังผู้รับปลายทาง ทำให้ชาวต่างชาติบางคนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งที่ไม่รู้ตัว
คดีเริ่มต้นอย่างไร
เมื่อศุลกากรตรวจพบสารต้องห้ามในพัสดุ เจ้าหน้าที่อาจดำเนินการส่งพัสดุนั้นต่อไปยังผู้รับภายใต้การเฝ้าระวัง เพื่อยืนยันว่าใครเป็นผู้รับและมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ผู้ที่รับพัสดุหรืออยู่ที่อยู่ปลายทางจึงอาจถูกสอบสวนทันที แม้ในบางกรณีบุคคลนั้นจะไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ในพัสดุก็ตาม
เจตนาและการรับรู้คือหัวใจของคดี
ประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดในคดีประเภทนี้คือ ผู้ต้องสงสัยรู้หรือไม่ว่าพัสดุมีสารต้องห้าม กฎหมายเกาหลีให้น้ำหนักกับเจตนาและการรับรู้ หากคุณถูกใช้เป็นที่อยู่จัดส่งโดยที่ไม่รู้เห็น หรือถูกหลอกให้รับพัสดุแทนผู้อื่น ข้อเท็จจริงเหล่านี้มีความสำคัญต่อการต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์ว่าไม่มีเจตนาต้องอาศัยพยานหลักฐานที่สอดคล้องกัน ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้าง
หลักฐานที่อัยการมักพิจารณา
เจ้าหน้าที่มักพิจารณาประวัติการติดต่อ ข้อความ การชำระเงิน และความสัมพันธ์กับผู้ส่ง รวมถึงพฤติกรรมของผู้รับเมื่อได้รับพัสดุ การสนทนาทางแชทหรือประวัติการโอนเงินที่ดูสอดคล้องกับการสั่งซื้ออาจถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานสำคัญ
สิ่งที่ควรทำหากตกเป็นผู้ต้องสงสัย
อย่าให้ปากคำหรือลงนามในเอกสารใด ๆ โดยไม่เข้าใจเนื้อหา ใช้สิทธินิ่งเงียบและขอทนายและล่าม รวบรวมหลักฐานที่แสดงว่าคุณไม่ได้สั่งซื้อหรือไม่ทราบเรื่อง เช่น การติดต่อที่แสดงว่าคุณถูกหลอก และอย่าลบข้อความหรือบันทึกใด ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์
คดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดมีโทษหนักและกระบวนการซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อประเด็นอยู่ที่การพิสูจน์เจตนา การปรึกษาทนายความตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้คุณวางแนวทางการนำเสนอข้อเท็จจริงได้อย่างมีระบบ ทนายความ Sangbin Min ให้คำปรึกษาแก่ชาวต่างชาติในคดีที่เกี่ยวข้องกับพัสดุและการนำเข้ายาเสพติดในเกาหลี